อุดฟัน
อุดฟัน: ทางออกฟันผุ ฟันแตก ฟันบิ่น ให้ฟันกลับมาสวยแข็งแรงอีกครั้ง
ฟันผุ ฟันแตก หรือฟันบิ่น ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะส่งผลต่อความมั่นใจและประสิทธิภาพการบดเคี้ยวแล้ว ยังอาจนำไปสู่ปัญหาช่องปากที่รุนแรงกว่าเดิมได้ การอุดฟัน จึงเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้ฟันกลับมาสมบูรณ์ แข็งแรง และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิม
อุดฟันคืออะไร?
การอุดฟัน (Tooth Filling) คือการรักษาทางทันตกรรมที่ช่วยเติมเต็มเนื้อฟันส่วนที่เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นฟันผุเป็นรู ฟันแตก หรือฟันบิ่น ด้วยวัสดุอุดฟันชนิดต่างๆ เพื่อป้องกันการลุกลามของปัญหา ฟื้นฟูรูปร่างและประสิทธิภาพการทำงานของฟันให้กลับมาเป็นปกติ
ทำไมต้องอุดฟันเมื่อฟันผุ?
การอุดฟันมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อฟันผุ เพราะเป็นการ:
-
ทดแทนเนื้อฟันที่เสียไป: เติมเต็มเนื้อฟันที่ถูกทำลายให้กลับมามีรูปร่างปกติ
-
ฟื้นฟูประสิทธิภาพการบดเคี้ยว: ช่วยให้ฟันสามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
เพิ่มความสวยงาม: โดยเฉพาะในกรณีฟันหน้าบิ่นแตก การอุดฟันช่วยให้ฟันกลับมาสวยงามเป็นธรรมชาติ
-
ป้องกันการลุกลาม: ปิดช่องทางไม่ให้แบคทีเรียหรือเศษอาหารเข้าไปในโพรงฟัน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเหงือกอักเสบ เป็นหนอง ฟันผุลุกลามถึงรากฟัน หรือรากฟันเสื่อมได้
อุดฟันมีกี่แบบ? เลือกแบบไหนดี?
การอุดฟันแบ่งตามชนิดของวัสดุที่ใช้ ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน:
-
วัสดุอมัลกัม (Amalgam):
-
คุณสมบัติ: ทำจากปรอท เงิน ดีบุก หรือโลหะอื่นๆ มีสีโลหะ
-
ข้อดี: แข็งแรง ทนทานต่อแรงบดเคี้ยว ใช้งานได้นาน 10-15 ปี นิยมใช้อุดฟันหลัง
-
ข้อจำกัด: มีส่วนผสมของโลหะ การอุดฟันต้องกรอเนื้อฟันออกมากกว่าวัสดุคอมโพสิต ต้องระมัดระวังการเคี้ยวอาหาร 24 ชั่วโมงแรกหลังอุด
-
-
วัสดุเรซินคอมโพสิต (Composite Resin):
-
คุณสมบัติ: ทำจากเรซินคอมโพสิต มีสีเหมือนฟันธรรมชาติ
-
ข้อดี: ให้ความสวยงาม กลมกลืนกับสีฟัน นิยมใช้อุดฟันหน้า ปัจจุบันมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น สามารถใช้อุดฟันหลังได้ดี กรอเนื้อฟันจริงน้อยกว่า หลังอุดสามารถเคี้ยวอาหารได้เลย
-
ข้อจำกัด: อาจติดสีจากอาหารได้
-
-
กลาสไอโอโนเมอร์ (Glass Ionomer Cement):
-
คุณสมบัติ: สามารถปล่อยฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุได้
-
ข้อดี: เหมาะสำหรับเด็กเล็กและผู้ที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง
-
นอกจากนี้ ยังมีวัสดุอุดฟันชนิดอื่นๆ เช่น ทอง หรือพอร์ซเลน ซึ่งทันตแพทย์จะพิจารณาแนะนำวัสดุที่เหมาะสมกับสภาพฟันและงบประมาณของแต่ละบุคคล
อุดฟันเจ็บไหม? ใช้เวลานานเท่าไหร่?
-
ความเจ็บปวด: ในขั้นตอนการกรอฟัน อาจรู้สึกเสียวฟัน โดยเฉพาะหากฟันผุลึกใกล้โพรงประสาทฟัน ทันตแพทย์จะประเมินและอาจฉีดยาชาเพื่อลดความเจ็บปวด จึงไม่ต้องกังวล สำหรับฟันผุเล็กน้อยอาจไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา
-
ระยะเวลา: การอุดฟันใช้เวลาประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความลึกของฟันผุ หากมีฟันที่ต้องอุดหลายซี่ อาจต้องทยอยเข้ารับการรักษา
อุดฟันมีกี่ด้าน?
การเตรียมตัวก่อนอุดฟัน
เพื่อให้การอุดฟันเป็นไปอย่างราบรื่น ควรเตรียมตัวดังนี้:
-
ปรึกษาทันตแพทย์: นัดหมายเพื่อตรวจสุขภาพเหงือกและฟัน แจ้งประวัติโรคประจำตัวและยาที่รับประทาน
-
ทำความสะอาดช่องปาก: แปรงฟันบ้วนปากให้เรียบร้อย
-
นำอุปกรณ์ทันตกรรมมาด้วย: เช่น ฟันปลอมแบบถอดได้ หรือรีเทนเนอร์ (ถ้ามี)
-
สภาพฟันที่เหมาะสม: ฟันผุต้องไม่ลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน และต้องมีเนื้อฟันเหลือพอให้วัสดุยึดเกาะได้ สุขภาพเหงือกเป็นปกติ บางกรณีอาจต้องขูดหินปูนก่อนอุดฟัน
ขั้นตอนการอุดฟัน
-
ตรวจประเมิน: ทันตแพทย์ตรวจสุขภาพฟัน ประเมินสภาพฟันผุ และวางแผนการรักษา
-
กรอเนื้อฟันผุ: ทันตแพทย์จะกรอเนื้อฟันที่ผุและติดเชื้อออก หากผุลึกอาจมีการฉีดยาชา
-
ใส่วัสดุรองพื้น (หากจำเป็น): สำหรับฟันผุลึก ทันตแพทย์อาจใส่วัสดุรองพื้นเพื่อลดอาการเสียวฟัน
-
อุดฟัน: ทันตแพทย์จะใส่วัสดุอุดฟันที่เลือกไว้ หากเป็นวัสดุคอมโพสิตจะมีการฉายแสงเพื่อทำให้วัสดุแข็งตัว
ข้อดี-ข้อเสียของการอุดฟัน
ข้อดี:
-
ป้องกันปัญหาฟันผุลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน
-
ลดอาการเสียวฟันที่เกิดจากฟันผุ
-
เติมเต็มเนื้อฟันให้กลับมาทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
เพิ่มความสวยงามและความมั่นใจ (โดยเฉพาะวัสดุสีเหมือนฟัน)
ข้อเสีย:
-
วัสดุอุดฟันมีอายุการใช้งาน ไม่ทนทานเท่าฟันจริง
-
ไม่สามารถรักษาในกรณีที่สูญเสียเนื้อฟันจำนวนมาก
-
วัสดุคอมโพสิตอาจติดสีจากอาหารได้
การดูแลฟันหลังอุด
เพื่อให้วัสดุอุดฟันอยู่ได้นานและฟันแข็งแรง ควรดูแลดังนี้:
-
ทำความสะอาดช่องปาก: แปรงฟันด้วยแปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มอย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์
-
หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง: งดเคี้ยวอาหารที่แข็งหรือเหนียวจัด เช่น น้ำแข็ง แครอทดิบ เมล็ดถั่ว เพื่อป้องกันวัสดุแตกหรือหลุด
-
หลีกเลี่ยงอาหารร้อน/เย็นจัด: ในช่วงแรกหลังอุดฟัน เพื่อลดอาการเสียวฟัน
-
งดเคี้ยวฟันที่อุดอมัลกัม: 24 ชั่วโมงแรก เพื่อให้วัสดุแข็งตัวเต็มที่
-
พบทันตแพทย์สม่ำเสมอ: ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน
อาการที่อาจพบหลังอุดฟัน
-
เสียวฟัน: เป็นอาการปกติที่มักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
-
ปวดฟัน: สามารถทานยาระงับปวดได้ หากอาการไม่ทุเลาลงควรรีบพบทันตแพทย์
เมื่อไหร่ที่ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์?
-
ฟันที่อุดแตกหรือหลุด
-
มีอาการเสียวฟันนานเกิน 2-3 สัปดาห์
-
รู้สึกเจ็บเมื่อเคี้ยวอาหาร (อาจเกิดจากวัสดุอุดสูงเกินไป)
-
ปวดฟันรุนแรงหลังอุดฟัน (อาจบ่งชี้ว่าฟันผุลึกถึงโพรงประสาทฟัน)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอุดฟัน
-
อุดฟันนานไหม? ประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพฟัน
-
อุดฟันเจ็บไหม? อาจเสียวฟันเล็กน้อย ทันตแพทย์จะฉีดยาชาให้
-
อุดฟันแล้วปวดฟัน? เป็นเรื่องปกติ สามารถทานยาแก้ปวดได้ หากอาการรุนแรงควรพบทันตแพทย์
-
อุดฟันเบิกประกันสังคมได้ไหม? ได้ ในวงเงินรวมไม่เกิน 900 บาท/ปี สำหรับการอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด
-
อุดฟันแก้ฟันห่างได้ไหม? สามารถช่วยปิดช่องว่างระหว่างฟันได้ (ด้วยวัสดุคอมโพสิต) แต่มีข้อจำกัดสำหรับช่องว่างขนาดใหญ่ อาจต้องพิจารณาจัดฟันหรือทำวีเนียร์แทน
-
อุดฟันที่ไหนดี? ควรเลือกคลินิกทันตกรรมที่มีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ และให้บริการอย่างมีมาตรฐาน
หากคุณมีปัญหาฟันผุ ฟันแตก หรือฟันบิ่น อย่าลังเลที่จะปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยการอุดฟัน เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีและความมั่นใจที่กลับคืนมา!
ขูดหินปูน
ขูดหินปูนคืออะไร? ฟันสะอาด สุขภาพดี ไร้กลิ่นปาก
เคยสงสัยไหมว่าทำไมต้อง ขูดหินปูน? การขูดหินปูนคืออะไร? และสำคัญอย่างไรต่อ สุขภาพช่องปาก ของคุณ? บทความนี้มีคำตอบ!
ทำความรู้จัก "หินปูน" ศัตรูตัวร้ายของฟันสวย
หินปูน หรือที่เรียกว่า คราบหินปูน (dental calculus) คือคราบแข็งที่เกิดจากการสะสมของแบคทีเรีย เศษอาหาร และแร่ธาตุในน้ำลายที่เกาะติดแน่นอยู่บนผิวฟันและซอกฟัน แม้เราจะแปรงฟันทุกวัน แต่ก็ยังมีบางจุดที่เข้าไม่ถึง ทำให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ เมื่อเวลาผ่านไป คราบเหล่านี้จะแข็งตัวกลายเป็น หินปูน ที่ไม่สามารถแปรงออกเองได้
ผลเสียร้ายแรงของหินปูนที่ต้องรู้
การปล่อยให้มี หินปูนสะสม เป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อ สุขภาพเหงือกและฟัน อย่างมาก:
-
เหงือกอักเสบ: ทำให้ เหงือกบวม แดง และมีเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน ซึ่งเป็นสัญญาณแรกของปัญหา
-
โรคปริทันต์: หากไม่ได้รับการรักษา เหงือกอักเสบ อาจลุกลามทำลายกระดูกรอบรากฟัน ทำให้ ฟันโยก และอาจถึงขั้น ฟันหลุด ได้
-
ฟันผุ: หินปูนเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่ผลิตกรด ทำลาย เคลือบฟัน ทำให้เกิด ฟันผุ
-
กลิ่นปาก: คราบหินปูน เป็นสาเหตุสำคัญของ กลิ่นปากเรื้อรัง ที่ทำให้คุณขาดความมั่นใจ
-
คราบเหลืองบนฟัน: ทำให้ฟันดูไม่สะอาด ไม่สดใส และเสียบุคลิกภาพ
"ขูดหินปูน" ทางออกเพื่อฟันสวยสุขภาพดี
การขูดหินปูน (dental scaling) คือขั้นตอนสำคัญทาง ทันตกรรม ที่ช่วยกำจัด คราบหินปูน และคราบต่างๆ ที่เกาะแน่นบนผิวฟันและซอกฟัน โดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น เครื่องขูดหินปูนอัลตราโซนิก ที่ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อสลายหินปูน หรือเครื่องมือขูดด้วยมืออย่างพิถีพิถัน
ประโยชน์ของการขูดหินปูนเป็นประจำ
การมาพบ ทันตแพทย์ เพื่อ ขูดหินปูน อย่างสม่ำเสมอมีประโยชน์มากมาย:
-
ฟันสะอาด: กำจัดคราบสกปรกและ หินปูน ออกไป ทำให้ฟันกลับมาสะอาดและเรียบเนียน
-
ป้องกันโรคเหงือก: ลดการสะสมของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันและรักษา เหงือกอักเสบ รวมถึง โรคปริทันต์
-
ลดกลิ่นปาก: กำจัดแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของ กลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น
-
ลดโอกาสฟันผุ: การทำความสะอาดอย่างทั่วถึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด ฟันผุ
-
รอยยิ้มสดใส: ฟันที่สะอาด ปราศจากคราบเหลืองจะช่วยให้คุณมี รอยยิ้มที่มั่นใจ มากขึ้น
ควรขูดหินปูนบ่อยแค่ไหน?
เพื่อ สุขภาพช่องปากที่ดี ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ ขูดหินปูน ทุกๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ความถี่อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากและปริมาณหินปูนที่สะสมของแต่ละบุคคล ทันตแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่เหมาะสมที่สุด
ถอนฟัน
การถอนฟัน (Dental Extraction) คือ การทำหัตถการทางทันตกรรมเพื่อนำฟันทั้งซี่ออกจากเบ้ากระดูกขากรรไกร ถือเป็นการศัลยกรรมช่องปากขั้นพื้นฐานที่ทันตแพทย์จะพิจารณาเป็นทางเลือกสุดท้าย เมื่อไม่สามารถรักษาหรือบูรณะฟันซี่นั้นด้วยวิธีอื่นๆ ได้แล้ว
ทำไมถึงต้องถอนฟัน?
มีหลายสาเหตุที่ทำให้ทันตแพทย์จำเป็นต้องถอนฟัน โดยสาเหตุหลักๆ ได้แก่:
-
ฟันผุรุนแรง: ฟันผุที่ลุกลามเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน และเกิดการติดเชื้อรุนแรงจนไม่สามารถรักษาด้วยการอุดฟัน รักษารากฟัน หรือการครอบฟันได้
-
โรคเหงือกอักเสบรุนแรง (โรคปริทันต์): หากเป็นโรคเหงือกอักเสบในระยะรุนแรงที่ทำลายกระดูกและเนื้อเยื่อรอบๆ รากฟันจนไม่สามารถรองรับฟันได้ ทำให้ฟันโยกคลอนมากและไม่สามารถรักษาได้แล้ว
-
ฟันแตกหรือหัก: ฟันที่ได้รับอุบัติเหตุ ฟันร้าว หรือฟันหักในลักษณะที่ไม่สามารถซ่อมแซมหรือบูรณะให้กลับมาใช้งานได้ปกติ
-
ฟันคุด: ฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติ หรือขึ้นได้แต่ไปเบียดหรือชนกับฟันซี่ข้างเคียง ทำให้เกิดปัญหาปวด บวม ติดเชื้อ หรือทำความสะอาดได้ยาก
-
ฟันเกิน: มีฟันงอกออกมาเกินจำนวนปกติ และไปขัดขวางการขึ้นของฟันซี่อื่น หรือทำให้เกิดปัญหาการสบฟัน
-
การจัดฟัน: ในบางกรณี ทันตแพทย์จัดฟันอาจพิจารณาถอนฟันบางซี่ออกเพื่อสร้างพื้นที่ให้ฟันซี่อื่นๆ สามารถเคลื่อนที่เข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมได้
-
ฟันน้ำนม: ในเด็กบางรายที่ฟันน้ำนมไม่หลุดตามธรรมชาติ ทำให้ขัดขวางการขึ้นของฟันแท้
-
อื่นๆ: เช่น ฟันที่อยู่ในบริเวณที่ได้รับรังสีรักษา (สำหรับการรักษามะเร็ง) หรือฟันที่เกี่ยวข้องกับรอยแตกหักของกระดูกขากรรไกร
ขั้นตอนโดยทั่วไปของการถอนฟัน:
-
ตรวจวินิจฉัยและวางแผน: ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟันและถ่ายภาพรังสี (X-ray) เพื่อประเมินลักษณะของฟัน รากฟัน และกระดูกโดยรอบ เพื่อวางแผนการถอน
-
ฉีดยาชา: ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณรอบๆ ฟันที่จะถอน เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างการทำหัตถการ
-
ถอนฟัน: เมื่อยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น เครื่องมือเซาะรอบฟัน (elevator) เพื่อคลายฟันออกจากเบ้ากระดูก และใช้คีมถอนฟัน (forceps) ค่อยๆ โยกและดึงฟันออกจากเบ้า
-
การถอนฟันแบบซับซ้อน (Surgical Extraction/ผ่าฟัน): ในกรณีที่ฟันถอนยาก เช่น ฟันยังฝังอยู่ในกระดูก ฟันหัก หรือฟันคุดที่อยู่ใต้เหงือก อาจจำเป็นต้องมีการกรีดเหงือก กรอหรือตัดกระดูกเล็กน้อย หรือแบ่งฟันออกเป็นชิ้นๆ เพื่อให้สามารถนำฟันออกมาได้ง่ายขึ้น
-
-
ทำความสะอาดและเย็บแผล (ถ้าจำเป็น): หลังจากถอนฟันออกแล้ว ทันตแพทย์จะทำความสะอาดเบ้าฟัน และอาจเย็บแผลเพื่อช่วยในการสมานแผลและหยุดเลือด
-
กัดผ้าก๊อซ: คนไข้จะต้องกัดผ้าก๊อซแน่นๆ บริเวณแผลประมาณ 30-60 นาที เพื่อช่วยให้เลือดหยุดไหลและเกิดลิ่มเลือด
-
ให้คำแนะนำหลังถอนฟัน: ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเองหลังการถอนฟัน เช่น วิธีการดูแลแผล การรับประทานยาแก้ปวด/ยาปฏิชีวนะ ข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามต่างๆ
ผ่าฟันคุด
ความแตกต่างระหว่าง "ถอนฟัน" กับ "ผ่าฟันคุด"
-
ถอนฟัน (Simple Extraction): มักใช้กับฟันที่ขึ้นพ้นเหงือกมาแล้ว และสามารถใช้เครื่องมือถอนฟันธรรมดาดึงออกมาได้
-
ผ่าฟัน (Surgical Extraction / ผ่าฟันคุด): มักใช้กับฟันที่ยังไม่ขึ้นพ้นเหงือก หรือขึ้นได้แต่มีปัญหามาก เช่น ฟันคุดที่ฝังตัวอยู่ใต้กระดูก จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเล็กๆ น้อยๆ โดยอาจมีการกรีดเหงือก กรอหรือตัดกระดูก และอาจต้องมีการเย็บแผล
ผ่าฟันคุด คืออะไร?
ผ่าฟันคุด คือ การทำหัตถการทางทันตกรรมเพื่อ นำฟันคุดออก จากช่องปาก โดยใช้วิธีการผ่าตัดเล็กๆ
ฟันคุด คืออะไร?
ฟันคุด คือ ฟันแท้ซี่สุดท้าย (ฟันกรามซี่ที่ 3 หรือ Third Molar) ที่ขึ้นไม่ได้ตามปกติ หรือขึ้นได้เพียงบางส่วน เนื่องจากมีพื้นที่ในขากรรไกรไม่พอ ทำให้ฟันไปติดขัดหรือชนกับฟันซี่ข้างเคียง หรือกระดูก
ทำไมต้องผ่าฟันคุด?
การผ่าฟันคุดมักทำเมื่อฟันคุดก่อให้เกิดปัญหา หรือมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต เช่น:
-
ปวด/บวม/อักเสบ: ฟันคุดที่ขึ้นไม่เต็มที่มักมีเศษอาหารไปติด ทำให้ทำความสะอาดยาก เกิดการอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อรอบๆ ฟัน
-
ฟันผุ: ทั้งฟันคุดเองและฟันกรามซี่ข้างเคียง อาจผุได้ง่ายขึ้นจากการที่เศษอาหารติดค้างและทำความสะอาดยาก
-
ฟันซ้อนเก: ฟันคุดอาจดันฟันซี่ข้างเคียง ทำให้ฟันโยก หรือเกิดการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ
-
เป็นถุงน้ำ/เนื้องอก: ในบางกรณี ฟันคุดที่ฝังอยู่ใต้เหงือกและกระดูก อาจพัฒนาไปเป็นถุงน้ำ หรือเนื้องอกในขากรรไกรได้
-
ก่อนจัดฟัน: ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าฟันคุดออก เพื่อป้องกันปัญหาในระหว่างหรือหลังการจัดฟัน
ขั้นตอนการผ่าฟันคุดโดยทั่วไป:
-
ตรวจประเมิน: ทันตแพทย์จะตรวจฟันและถ่ายภาพรังสี (X-ray) เพื่อดูตำแหน่งและลักษณะของฟันคุด
-
ฉีดยาชา: ฉีดยาชาเฉพาะที่ เพื่อให้ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการผ่าตัด
-
กรีดเหงือก: ทันตแพทย์จะกรีดเหงือกเล็กน้อยเพื่อเปิดทางเข้าถึงฟันคุด
-
กรอกระดูก/ตัดฟัน (ถ้าจำเป็น): หากฟันคุดอยู่ลึก หรือติดกระดูก อาจต้องมีการกรอกระดูกบางส่วน หรือแบ่งฟันคุดออกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เอาออกได้ง่ายขึ้น
-
นำฟันออก: ค่อยๆ นำฟันคุดออก
-
ทำความสะอาดและเย็บแผล: ทำความสะอาดบริเวณที่ผ่าตัด และเย็บเหงือกกลับเข้าที่
-
กัดผ้าก๊อซ: ให้กัดผ้าก๊อซเพื่อห้ามเลือด และให้คำแนะนำการดูแลหลังผ่าตัด
Airflow
Airflow (แอร์โฟลว์) ในทางทันตกรรม คือ เทคนิคการทำความสะอาดฟันรูปแบบใหม่ ที่ใช้แรงดันของอากาศ น้ำ และผงขัดชนิดพิเศษที่มีอนุภาคเล็กละเอียด พ่นไปยังผิวฟันและซอกฟัน
Airflow ทำอะไรได้บ้าง / ประโยชน์ของ Airflow:
-
ขจัดคราบสีบนผิวฟัน: ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น คราบชา กาแฟ ไวน์แดง บุหรี่ ซึ่งคราบเหล่านี้ทำให้ฟันดูหมองคล้ำ
-
กำจัดคราบจุลินทรีย์ (Dental Plaque/Biofilm): ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฟันผุและโรคเหงือก
-
ทำความสะอาดซอกฟันและบริเวณที่เข้าถึงยาก: เช่น รอบๆ เหล็กจัดฟัน หรือบริเวณรากเทียม
-
รู้สึกสบายกว่า: เมื่อเทียบกับการขูดหินปูนแบบดั้งเดิมที่ใช้เครื่องมือขูด อาจเกิดความเสียวฟันน้อยกว่า ไม่ต้องใช้แรงขูด ทำให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
-
ไม่ทำลายเคลือบฟัน: ผงขัดที่ใช้มีความละเอียดสูงและแรงดันถูกควบคุม ไม่ทำให้ผิวฟันบางลง
-
ลดกลิ่นปาก: ด้วยการกำจัดคราบและแบคทีเรียที่สะสม
-
ช่วยให้ฟันสะอาดพร้อมก่อนฟอกสีฟัน: การทำ Airflow ก่อนฟอกสีฟันจะช่วยให้ผลลัพธ์การฟอกสีฟันดีขึ้น
Airflow เหมาะกับใคร:
-
ผู้ที่มีคราบชา กาแฟ บุหรี่ ติดแน่นบนผิวฟัน
-
ผู้ที่จัดฟัน หรือมีรากฟันเทียม ครอบฟัน เพราะช่วยทำความสะอาดบริเวณที่เข้าถึงยากได้ดี
-
ผู้ที่มีอาการเสียวฟัน หรือรู้สึกไม่สบายเมื่อขูดหินปูนแบบปกติ
-
ผู้ที่ต้องการทำความสะอาดฟันอย่างละเอียดและรู้สึกสดชื่นในช่องปาก

